เข้าสู่ระบบ
ค้นหา
สถิติ
  • มีผู้เยี่ยมชม Site Meter คน

    ตั้งแต่ วันที่ 10 กันยายน 2550

หัวข้อ: สงครามมาเฟีย ตอนที่ 1 ชิโร่ อัลคาโปเน่

สงครามมาเฟีย ตอนที่ 1 ชิโร่ อัลคาโปเน่

ตอนที่ 1 ชิโร่ อัลคาโบเน่
ยุคปัจจุบัน ปีคริสศักราช 2020 ยามบ่ายในเมืองบาโรน่าอันเป็นที่ตั้งคฤหาสถ์ตระกูลอัลคาโปเน่ซึ่งเป็นฐานทัพของอัลคาโปเน่แฟมิลี่ กลุ่มมาเฟียที่มีอำนาจปกครองเมืองนี้ ในสวนหลังคฤหาสถ์แห่งนี้กำลังจัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดให้กับบอสของแฟมิลี่ ท่ามกลางการแสดงความยินดีของเหล่าบรรดาลูกน้องผู้คุมเขตต่างๆในเมืองบาโรน่า
“ยินดีด้วยครับ บอสวันนี้ก็ครบรอบวันเกิด” ลูกน้องมือขวาคนสำคัญวัยกลางคนสวมชุดสูทสีดำอันเป็นชุดฟอร์มของแฟมิลี่
“ขอบใจมากโรมาริโอ แล้วชิโร่ยังไม่กลับมาจากโรงเรียนอีกเรอะ” บอสของแฟมิลี่ชายชราอายุ 52 ปี ท่าทางภูมิฐาน สวมชุดสูทสีดำ ถามลูกน้องคนสำคัญ
“นายน้อยตอนนี้อยู่ที่โรงเรียนและยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียนครับ” โรมาริโอ้ผู้ภักดีกล่าวตอบนายของเขา
บอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่คุยกับลูกน้องมือขวาเสร็จแล้วหันหน้ามาคุยกับผู้ร่วมงาน
“ขอแสดงความขอบคุณผู้มีเกียรติมาร่วมงานฉลองวันเกิดของเรายิ่งนัก เรามีเรื่องสำคัญที่จะประกาศว่า ในเย็นวันนี้เราจะสละตำแหน่งบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ให้กับลูกชายผู้มีสายเลือดของเรา ชิโร่ อัลคาโปเน่ ขอให้พวกเราทุกคนช่วยสนับสนุนเขาให้เป็นเจ้าพ่อด้วย เราเองก็แก่และผ่านโลกมาเยอะอยากจะวางมือแล้วล่ะ”
“งั้นแกก็พักผ่อนยาวเลยแล้วกันนะ พวกเรากระหน่ำยิงมันซะ” เสียงพูดเสียงหนึ่งดังขึ้นหลังจากที่บอสแห่งอัลคาโปเน่กล่าวจบ พร้อมกับมาเฟียสวมชุดสูทสีดำจำนวน 30 คน ที่ปะปนในงานเดินเข้ามาพร้อมกับชักปืนกลเบากระหน่ำยิงบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ผู้ไม่ได้ระวังตัวเสียชีวิตทันที ส่วนผู้ร่วมงานและบรรดาสมุนของแฟมิลี่ต่างบาดเจ็บ
“เอาล่ะ พวกเราไปฆ่าลูกชายของมันที่โรงเรียนเซนต์กาเบรียลแผนกมัธยมปลายต่อ”
หลังจากเหตุการณ์สังหารหมู่ที่คฤหาสถ์อัลคาโปเน่ กองกำลังมาเฟียไม่ทราบฝ่ายพากันขึ้นรถเดินทางไปยังโรงเรียนมัธยมปลายเซนต์กาเบรียลหมายจะสังหาร ชิโร่ อัลคาโปเน่ ว่าที่บอสคนใหม่ของอัลคาโปเน่แฟมิลี่
ในเวลาเดียวกัน ที่โรงเรียนมัธยมปลายเซนต์กาเบรียลแผนกมัธยมปลาย บนระเบียงชั้น 3 ของอาคารเรียน นักเรียนหญิงคนหนึ่งผมสีดำยาวสลวยจนถึงเอว ตาดุ สวมแว่นสายตาสั้น หน้าตาดี สวมเสื้อนักเรียนสีขาวคอทหารเรือ กระโปรงสั้นสีน้ำเงินลายสก็อต กำลังดุด่าว่ากล่าวนักเรียนชาย หัวยุ่งผมสีดำ หน้าตาดูธรรมดา สวมชุดสูทสีดำแบบฟอร์มของอัลคาโปเน่แฟมิลี่ ที่นิ้วมือด้านขวาสวมแหวนสีแดง 3 วง นิ้วมือซ้ายสีเทาอีก 2 วง คาดโซ่สำหรับเก็บแหวน 10 วง ไว้ที่เอวของเขา
“ชิโร่ ฉันบอกเธอมา 2 ปีแล้วนะตั้งแต่ได้เป็นมาประธานนักเรียนว่า ให้เธอแต่งตัวมาให้ถูกกฎระเบียบของทางโรงเรียนหน่อย”
“ชุดสูทสีดำชุดนี้เป็นแบบฟอร์มของสมาชิกอัลคาโปเน่แฟมิลี่อันมีเกียรติสูงสุดในเมืองบาโรน่านะ จะให้ผมซึ่งเป็นลูกชายของบอสมาเฟียยังไงก็ต้องสวมมันล่ะนะ เข้าใจฉันหน่อยนะ อากิจัง” ฝ่ายนักเรียนชายหัวยุ่งตอบคำถามแล้วยิ้มเล็กน้อย
“ถึงทุกคนในโรงเรียนนี้จะก้มหัวให้นาย แต่ฉันก็ไม่กลัวหรอกนะ” อากิทำสีหน้าดุยิ่งกว่าเดิม
“เอาน่า เธอทำท่าโมโหระวังจะแก่เร็วนะ”
“ปากเสีย ในโรงเรียนห้ามพกอาวุธแต่นี่อะไรกันหา สวมแหวนมาเฟียมาโรงเรียนไม่พอแถมยังพกมาร่วม 10 วง นี่นายจะไปทำสงครามที่ไหนไม่ทราบยะ”
“เขาเรียกว่า พกไว้ป้องกันตัวนะ เป็นมาเฟียต้องมีศัตรูอยู่แล้วนี่”
“ถึงข้างนอกนายจะเป็นมาเฟียแต่ในโรงเรียนนี้นายคือนักเรียนนะจำใส่กระโหลกของนายเอาไว้ด้วยนะ”
“โห วันนี้เล่นกันซะเป็นชุดเลยกินรังแตนที่ไหนมาเนี่ย อากิจัง” ชิโร่พยายามใจดีสู้เสือ
“ไม่ต้องมาเถียงเลย”
ในขณะที่อากิกำลังบ่นอยู่นั้น คู่สนทนาของเธอมองไปยังหน้าประตูโรงเรียนด้วยอาการที่เบื่อหน่ายต่อคำบ่นของเธอ สายตาของชิโร่ได้ไปจดจ้องพบกับรถยนต์ขนาด 4 ที่นั่ง ขับเข้ามาจอดในสนามของโรงเรียนพร้อมกัน 9 คัน มาเฟียไม่ทราบฝ่ายถึง 30 คนสวมสูทสีดำก้าวขาลงมาจากรถพร้อมอาวุธปืนครบมือ
“ดูนั่นสิท่าทางจะมีสงครามแล้วนะ อากิจัง ขอตัวก่อนล่ะนะ” พูดจบมาเฟียหนุ่มเปิดหน้าต่างระเบียง
“เดี๋ยวนี่มันชั้น 3 นะ นายกระโดดลงไปก็ขาหักหรอก”
“อย่าลืมสิว่า ผมเป็นมาเฟียนะ”
ชิโร่กระโดดออกมาจากระเบียงชั้น 3 มายังสนามของโรงเรียนเดินอย่างแช่มช้าและมั่นใจ
“นั่นไง ชิโร่ อัลคาโปเน่ ยิงมัน”
สิ้นเสียงคำสั่งเสียงปืนกลดังขึ้นมาท่ามกลางสนามของโรงเรียน ควันจากเขม่าดินปืนฟุ้งจนผู้คนที่มองดูอยู่ในอาคารมองไม่เห็น
“พวกเราหยุด” ผู้กลุ่มอัลคาโปเน่ตัวปลอมไม่ทราบฝ่ายสั่งหยุดยิง
เสียงปืนกลได้หยุดลงท่ามกลางสายตาของนักเรียนและอาจารย์ซึ่งดูอยู่ต่างคิดกันว่าชิโร่ต้องไม่รอดเป็นแน่แท้ เมื่อควันจากเขม่าปืนจางลง สายตาทุกคนกลับต้องตกใจยิ่งกว่าเพราะ คนที่พวกเขาคิดว่าไม่รอดกลับใช้มือซ้ายยกโล่ออกมาป้องกัน
“ว้า อันตรายพวกแกนี่จู่ๆก็ยิงมาแบบนี้มันไม่สนุกเลยนะ ดีที่พกแหวนเอาไว้ตลอดเวลา”
“บ้าน่า เดินพลังออร่ากระตุ้นแหวนโล่ได้รวดเร็วขนาดนี้เลยเรอะ” หัวหน้ากลุ่มมาเฟียไม่ทราบฝ่ายตกใจเนื่องจากไม่คิดไม่ถึงว่าชิโร่จะมีฝีมือ
“พวกแกนี่มันไม่ต่างอะไรกับแมงสาปเลยนะ ยกคนเป็นโขยงมาฆ่าคนแค่คนเดียว ทุเรศจริง” ชิโร่คลายพลังออร่าทำให้โล่ในมือซ้ายกลับเป็นแหวนสีเทารูปโล่ที่นิ้วกลางมือซ้ายของเขาสวมอยู่
“พวกเรายิงมัน” เสียงคำสั่งยิงดังขึ้นอีก
เสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมมาเฟียหนุ่มในชุดสูทสีดำกระโดดหลบกระสุนปืนอย่างรวดเร็วพร้อมกับเดินรุกไปข้างหน้า
“หัวหน้าครับ ยิงมันไม่โดนเลย”
“เจ้าพวกปลายแถวรู้จักไหม นี่คือ วิชาออร่าพื้นฐานของมาเฟีย ก้าวถลาลม ยังไงล่ะ”
“อย่าไปกลัวมัน ใครฆ่ามันได้เลื่อนขั้นเป็นผู้คุมเขตเชียวนะ”
ชิโร่ใช้วิชาออร่าก้าวถลาลมรุกคืบเข้าประชิดมาเฟียชุดสูทดำปลอมได้อย่างง่ายดาย เขาเดินพลังออร่าภายในกายไปสู่แหวนแดงรูปดาบที่สวมนิ้วชี้มือขวา เมื่อแหวนวงนั้นทำปฏิกิริยากับพลังออร่าก็เปลี่ยนกลายเป็นดาบอยู่ในมือขวาในทันที
“ตายซะเถอะ เจ้าพวกปลายแถวที่ใช้แม้กระทั่งออร่าไม่เป็น”
เมื่อคำพูดของชิโร่จบลงการละเลงเลือดในสนามของโรงเรียนจึงเริ่มขึ้น กองกำลังมาเฟียชุดสูทดำไม่ทราบฝ่ายได้ถูกชิโร่ฆ่าตายไปทีละคนจนกระทั่งเหลือหัวหน้ากองกำลังเป็นคนสุดท้าย
“แกนะแก อย่าคิดว่ามีแหวนมาเฟียคนเดียวนะเฟ้ย” หัวหน้ากองกำลังมาเฟียพยายามเดินพลังออร่าในกายตนเพื่อกระตุ้นแหวนสีแดงที่สวมอยู่นิ้วชี้ขวา
“ช้าไป คอนฟินาเมนโต้” ชิโร่เดินพลังออร่าไปสู่แหวนสีเทารูปโซ่ที่สวมบนนิ้วชี้มือซ้ายและคลายพลังออร่าของดาบให้กลายเป็นแหวนสีแดน
ด้วยความที่เดินพลังออร่าช้า จึงถูกโซ่พันธนาการจากนิ้วชี้มือซ้ายของชิโร่รวบตัวเอาไว้และถูกกระชากตัวจนล้ม
“บอกมา พวกแกเป็นใคร มาจากไหน แล้วทำไมถึงมาฆ่าฉัน” ชิโร่คลายพลังออร่าที่ใช้กับดาบพร้อมกับเดินเข้ามาหาทรุดตัวลงนั่งยองข้างตัวของหัวหน้ากลุ่มมาเฟียไม่ทราบฝ่าย
“ฉันไม่มีวันขายพรรคพวกและแฟมิลี่ของฉันหรอก”
“ตามใจแก ฉันจะทำให้แกสารภาพล่ะ” ชิโร่ใช้มือซ้ายที่ยังมีแหวนโซ่พันธนาการทำงานอยู่หยิบแหวนสีแดงรูปมีดจากโซ่เก็บมาสวมที่นิ้วโป้งด้านขวาพร้อมกับเดินแบ่งพลังออร่าออกมาจากโซ่พันธนาการเข้ากระตุ้นแหวนวงนั้นจนกลายเป็นมีดคอมแบ็ทอยู่บนมือขวา
“แกคิดจะทำอะไรกัน”
“ก็บอกแล้วว่า จะทำให้แกเปิดปากตามวิธีการของมาเฟียไง”
ชิโร่จรดคมมีดลงข้างนิ้วก้อยซ้ายของศัตรูแล้วเฉือนออกจนขาดอย่างรวดเร็ว เป็นภาพที่น่าสยดสยองแก่ผู้ได้เห็นระคนไปด้วยเสียงร้องอันโหยหวนด้วยความเจ็บปวดของผู้ที่ถูกตัดนิ้ว
“หายไป 1 แล้วนะ จะตอบฉันมาได้รึยัง ถ้ายังไม่ตอบละก็แกได้เป็นไอ้ด้วนแน่”
“บอกแล้ว บอกแล้ว ไว้ชีวิตฉันเถอะนะ” ผู้ถูกตัดนิ้วร้องขอชีวิตต่อชิโร่
“ได้สิ บอกมาว่า แฟมิลี่ไหนส่งพวกแกมา”
“พ..พวกเราเป็นคนของกุจโจแฟมิลี่”
“บอสของพวกแกสั่งมาสินะ พวกแกคิดจะเปิดศึกกับพวกเราอัลคาโปเน่แฟมิลี่รึไง”
“บอสไม่ได้บอกพวกเรา แต่บอสบอกให้พวกเรามาลงมือสังหารอัลคาโปเน่และลูกชาย”
เมื่อชิโร่ได้ฟังคำตอบของทั้งหมดจากผู้รอดจากการสังหารโหดแล้วจึงได้คลายพลังออร่าทำให้อาวุธทั้ง 2 ชิ้นกลับกลายเป็นแหวนพร้อมกับไล่บุคคลผู้เป็นศัตรูออกไป
“ไสหัวไปซะ ก่อนที่ฉันจะฆ่าแกตายตามไปพบลูกน้องในนรกอีกคนหนึ่ง”
มาเฟียหนุ่มว่าที่บอสอัลคาโปเน่แฟมิลี่กระโดดขึ้นไปหาอากิที่ยืนอยู่บนระเบียงชั้น 3 อีกครั้งด้วยวิชาออร่าก้าวถลาลม
“อากิจัง ดูท่าทางบ้านผมจะเกิดเรื่องแล้วล่ะขอตัวกลับก่อนนะไว้พรุ่งนี้จะมาทะเลาะด้วยใหม่นะ ฮ่า..ฮ่า..ฮ่า”
“เดี๋ยวสิ ชิโร่..”
ไม่ทันคำพูดของอากิจบ ชิโร่ก็กระโดดจากชั้น 3 ลงไปที่สนาม เขาวิ่งขึ้นรถของเหล่ามือสังหารขับออกไปจากโรงเรียนตรงไปยังคฤหาสถ์อัลคาโปเน่ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองบาโรน่า
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ชิโร่กลับมาถึงสวนด้านหลังคฤหาสถ์อัลคาโปเน่ก็ได้พบกับภาพแห่งความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิต เขาเดินไปยังร่างอันไร้วิญญาณของชายชราผู้เป็นบอสของแฟมิลี่น้ำตาลูกผู้ชายได้ไหลรินออกมาจากตาของลูกผู้ชายที่สูญเสียคนอันเป็นที่เคารพรักไป
“ท่านพ่อ ทำไมกัน ทำไมท่านพ่อถึงต้องมาตายด้วย” เขาตะโกนขึ้น
“น..นายน้อย พ..พวก ม..มัน” ชายวัยกลางคนข้างกายบอสแห่งแฟมิลี่ได้ตื่นขึ้นหลังจากหมดสติ
“โรมาริโอ โชคดีที่นายยังมีชิวิตอยู่”
“ค..ครับ น..นายน้อย”
“ฉันจะเรียกรถพยาบาลพานายกับคนที่บาดเจ็บไปโรงพยาบาล รออยู่นี่นะเดี๋ยวฉันจะเข้าไปข้างในบ้านหน่อย”
พูดจบทายาทแห่งอัลคาโปเน่เดินเข้าไปสำรวจในคฤหาสถ์ซึ่งเป็นบ้านของเขา ชิโร่ยังไม่พบเรื่องผิดปกติจนกระทั่งสำรวจไปถึงห้องหนึ่งบนชั้น 2 เขาได้พบกับหญิงวัย 49 ปี สวมชุดสูทสีขาว ท่าทางสง่าผ่าเผย นั่งร้องไห้กับการจากไปของสามีบนเก้าอี้โยกทำจากไม้โอ๊คสีดำตัวโปรดพร้อมกับสาวใช้อีก 3 คน ที่ยืนด้านข้าง
“ท่านแม่”
“ชิโร่ ขอบคุณพระเจ้าที่ลูกปลอดภัย” คุณนายอัลคาโปเน่ลุกขึ้นเข้าโผกอดลูกชายของเธอ
“ผมดีใจที่ท่านแม่ปลอดภัยครับ”
“พ่อของลูกจากพวกเราไปแล้ว แม่เห็นพวกมันใช้ปืนรุมยิงพ่อของลูกจนตาย”
“ผมรู้ตัวคนร้ายแล้วครับ ผมจะขึ้นเป็นบอสแล้วรวบรวมสมัครพรรคพวกที่เหลืออยู่ยกกำลังไปถล่มเพื่อแก้แค้นให้ท่านพ่อ” ชิโร่กล่าวด้วยความตั้งใจที่จะแก้แค้นให้พ่อของเขา
“ฟังนะ ชิโร่ ในตอนแรกที่ลูกเกิดมาแม่ไม่อยากให้ลูกกลายเป็นมาเฟีย เวลาผ่านนานไปแม่ก็ไม่รู้ตัวเลยว่า พ่อได้เลี้ยงลูกให้เป็นมาเฟียเสียแล้ว แม่จะไม่ห้ามลูกแต่ขอให้ลูกจงรักษาตัวเองให้ดีด้วยนะ”
“ยังไงผมขอตัวก่อนนะครับ เพราะยังมีเรื่องที่ต้องจัดการอีกเยอะหลังจากนี้ไป”
ว่าที่บอสคนใหม่ของอัลคาโปเน่แฟมิลี่เดินออกมาข้างนอกคฤหาสถ์ได้มีรถพยาบาลมารับคนเจ็บและคนตายไปโรงพยาบาลซึ่งเขาได้ขอติดรถเพื่อไปให้กำลังใจกับพวกลูกน้องที่บาดเจ็บ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลคณะแพทย์ได้พากันรักษาคนเจ็บอย่างเต็มที่ ในเวลาไม่นานนักคนที่ไม่ได้บาดเจ็บมากได้เล่าถึงเหตุการณ์ตอนเกิดเหตุให้เขาได้ฟัง
“มันกล้ามากที่ปลอมตัวเป็นสมาชิกแฟมิลี่ของเราเป็นการกระทำที่อุกอาจเกินไปแล้ว”
ชิโร่สบถด้วยความเจ็บใจ เขาเดินเข้าไปยังห้องผู้ป่วยที่โรมาริโอ้ซึ่งถูกยิงจนสาหัสรักษาตัวอยู่
“โรมาริโอ้ ก่อนที่จะถูกยิงท่านพ่อเคยพูดอะไรกับทุกคนที่มาร่วมงานไหม”
“บอสท่านสั่งไว้ว่า เมื่อนายน้อยกลับมาจากโรงเรียนแล้วท่านจะมอบตำแหน่งบอสให้ แต่จากนี้ไปนายน้อยคือ บอสคนใหม่ของพวกเราครับ”
“ฉันขอสั่งในฐานะบอส ให้นายพักรักษาตัวให้หายดีแล้วค่อยกลับมาทำงาน”
“รับทราบครับ นาย..ไม่สิ บอส” โรมาริโอ้รับคำสั่งนายคนใหม่ของเขา
“ฉันขอตัวกลับไปจัดงานศพให้ท่านพ่อก่อน แล้วคราวต่อไปจะเป็นตาของกุจโจแฟมิลี่ที่จะต้องถูกฆ่าบ้าง”
บอสอัลคาโปเน่แฟมิลี่คนใหม่เดินออกจากห้องผู้ป่วยไปยังหน้าโรงพยาบาลขึ้นแท็กซี่เดินทางกลับคฤหาสถ์อัลคาโปเน่เพื่อจัดการงานศพพ่อของเขา
3 วันต่อมา ที่สุสานข้างโบสถ์บาโรน่าได้มีพิธีฝังศพบอสรุ่นก่อนแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่เป็นไปด้วยบรรยากาศความโศกเศร้าเสียใจของครอบครัวอัลคาโปเน่ที่เหลือเพียง 2 คน และสมาชิกแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่
“ท่านพ่อ พวกกุจโจแฟมิลี่มันต้องชดใช้ด้วยความตายเท่านั้นผมจะส่งพวกมันเป็นเครื่องสังเวยให้กับท่าน” ชิโร่ผู้ถูกความแค้นสุมอกในชุดสูทสีดำบอกกล่าวกับดวงวิญญาณของผู้เป็นพ่อ
“บอสครับ ผมจะสนับสนุนลูกชายของท่านจนถึงที่สุด ผมไม่มีวันลืมพระคุณที่ท่านเก็บเด็กกำพร้าอย่างผมมาเลี้ยงจนกระทั่งได้ตำแหน่งลูกน้องมือขวาคนสนิทของท่าน ทุกอย่างจะเป็นไปตามคำสั่งเสียของท่าน” โรมาริโอ้ร้องไห้กล่าวกับหลุมศพของผู้มีพระคุณของเขา
พิธีฝังศพและปักป้ายหลุมศพเป็นไปอย่างรวดเร็วจนเสร็จพิธีสมาชิกของอัลคาโปเน่แฟมิลี่ทั้งหมดต่างกล่าวคำแสดงความเสียใจกับคุณนายอัลคาโปเน่ผู้สูญเสียสามีและชิโร่ผู้สูญเสียพ่อก่อนที่จะแยกย้ายลากลับไปพักผ่อนโดยทิ้งให้อัลคาโปเน่สองแม่ลูกอยู่หน้าหลุมศพของอดีตบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่
3 วันผ่านไปหลังจากงานฝังศพบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ ยามบ่ายในห้องโถงของคฤหาสถ์อัลคาโปเน่ก็ได้มีงานฉลองการขึ้นดำรงค์ตำแหน่งบอสคนใหม่ของชิโร่ ท่ามกลางเสียงสนับสนุนของลูกน้องคนสนิทและความไม่พอใจของบรรดาผู้คุมเขตต่างๆในเมืองบาโรน่า
“เรา ชิโร่ อัลคาโปเน่ บอสรุ่นที่ 8 แห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ขอปฏิญาณด้วยกฎของอัลคาโปเน่แฟมิลี่ 10 ประการ อันมี ข้อ 1 ด้วยเกียรติของมาเฟียเราจะดูแลสมาชิกของแฟมิลี่ดุจครอบครัว ข้อ 2 ด้วยเกียรติของมาเฟียเราจะดูแลภรรยาด้วยความเคารพ ข้อ 3 ด้วยเกียรติของมาเฟียเราจะเป็นสุภาพบุรุษต่อทุกคนไม่ว่าต่อหน้าหรือลับหลัง ข้อ 4 ด้วยเกียรติของมาเฟียเราจะไม่เปิดเผยตัวตนหากไม่จำเป็น ข้อ 5 ด้วยเกียรติของมาเฟียทรัพย์สินของส่วนรวมไม่ควรเอามาใช้ส่วนตัว ข้อ 6 ด้วยเกียรติของมาเฟียเราพร้อมทำงานทุกเมื่อแม้เวลาภรรยาจะคลอดลูกก็ตาม ข้อ 7 ด้วยเกียรติของมาเฟียผู้ไม่ซื่อสัตย์ต่อแฟมิลี่ต้องพบกับจุดจบ ข้อ 8 ด้วยเกียรติของมาเฟียอย่าสนใจภรรยาของเพื่อน ข้อ 9 ด้วยเกียรติของมาเฟียตำแหน่งเป็นสิ่งที่พึงเคารพ ข้อ 10 ด้วยเกียรติของมาเฟียเมื่อถูกคนในแฟมิลี่ถามเราจะพูดแต่ความจริงเท่านั้น” ชิโร่กล่าวคำปฏิญาณตนเพื่อรับตำแหน่งบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ต่อหน้าบุคคลสำคัญของแฟมิลี่จบพร้อมกับนั่งลงบนบังลังก์ประจำตำแหน่ง
“ผมยอมรับไม่ได้ที่จะให้คุณมาเป็นบอสของแฟมิลี่” มีเสียงหนึ่งดังมาจากชายวัย 28 ผมยาว สวมชุดสูทสีดำนั่งบนเก้าอี้ทางด้านท้ายของห้องโถง
“บังอาจมาก ผู้คุมเขตเหมืองเวโตร บัจจิโอ้ นี่อยู่ต่อหน้าบอสนะ” ชายวัยกลางคนยืนด้านหลังชิโร่กล่าว
“อย่าหาว่า ผมลบหลู่บอสคนใหม่เลยนะครับคุณโรมาริโอ้ เขายังเด็กเกินไปในวงการนี้นะครับ” บัจจิโอ้ผู้คุมเขตเหมืองเวโตรออกความเห็น
“มันก็ใช่ แต่นี่คือคำสั่งเสียของบอสรุ่นที่ 7 นะ หรือว่าแกจะคิดเนรคุณบอสรุ่นก่อนน่ะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นครับ ผมหมายถึงว่า เขามีอะไรดีที่เราควรจะติดตามต่อไปล่ะ”
“หนอยแก..” โรมาริโอ้เดือดดาลขึ้นมาอีก
“พอก่อนโรมาริโอ้” บอสแห่งแฟมิลี่กล่าวห้าม
“แต่ว่า บอสครับ”
“เอาน่ะ นายจะให้ฉันทำอะไรล่ะ นายถึงจะยอมรับ” ชิโร่ถามผู้คุมเขตเหมืองเวโตร
“ง่ายๆ ถ้าคุณสามารถหาลูกน้องคนสนิทซ้ายและขวาได้ ผมจะยอมรับคุณในฐานะบอสเพราะการเป็นบอสไม่ใช่แค่ฝีมือในการต่อสู้ หากคุณไม่มีลูกน้องที่พร้อมจะยอมตายแทนคุณได้ผมจะไม่ยอมรับคุณเป็นบอส” บัจจิโอ้กล่าวถึงข้อเสนอ
“ถ้าฉันหาไม่ได้ล่ะ”
“ผมจะงดส่งอาวุธแหวนให้กับแฟมิลี่” หัวหน้าเขตเหมืองกล่าว
“ได้สิ งั้นวันนี้พวกเราเลิกประชุม” ชิโร่ตอบรับข้อเสนอชองบัจจิโอ้แล้วกล่าวปิดประชุม
เมื่อบรรดาผู้คุมเขตและคนสำคัญในแฟมิลี่ออกไปจากห้องโถงจนหมดทุกคน โรมาริโอ้ได้เข้ามาถามบอสคนใหม่
“จะดีเรอะครับ บอสที่ไปรับข้อเสนอของมัน”
“จำเอาไว้นะ โรมาริโอ้ ท่านพ่อเคยบอกไว้ เมื่อมีคนไม่ยอมรับเรา ให้เราพยายามเพื่อให้เขายอมรับ”
“หลังจากนี้เราจะทำอะไรต่อครับ”
“ถ้ารวบรวมความเชื่อมั่นมาจากสมาชิกในแฟมิลี่ได้แล้วล่ะ ต่อไปจะถึงตากุจโจแฟมิลี่พวกมันต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำกับท่านพ่อ โรมาริโอ้ หน้าที่สร้างความเชื่อมั่นในตัวฉันกับสมาชิกเป็นหน้าที่ของนาย”
“ครับ บอส”
“นายเพิ่งจะฟื้นไข้กลับไปพักผ่อนกับครอบครัวเถอะ ฉันจะออกไปเดินเล่นให้จิตใจได้รับการรีแลกซ์ซะบ้าง”
“ขอบคุณครับ บอส งั้นผมขอตัว” โรมาริโอ้โค้งให้ความเคารพกับบอสคนใหม่แล้วเดินออกจากห้องโถง
“ต่อไปก็ตาเราแล้วล่ะ ขืนออกไปด้วยชุดสูทสีดำแบบนี้มันคงดูไม่ดีแน่”
ชิโร่พึมพำกับตัวเองแล้วไปยังห้องของตัวเองเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เขาเลือกสวมเสื้อยืดสีขาว แจ็คเก็ตสีดำ กางเกงยีนส์ ถอดแหวนออกจากนิ้วทั้งหมดติดใส่โซ่เก็บแหวนที่คาดเอวตัวเอง เขาเดินออกจากห้องนอนของตัวเองไปยังด้านหน้าคฤหาสถ์สู่ตัวเมืองบาโรน่าอันกว้างใหญ่ ด้วยความเศร้าที่ต้องสูญเสียพ่อกับภาระอันใหญ่หลวงในฐานะบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ ตัวเขาเดินทอดน่องไปอย่างไร้จุดหมายพอรู้สึกตัวก็เป็นยามค่ำคืน.ในเมืองเขต 5
ท่ามกลางผู้คนอันมากล้นในตัวเมืองใหญ่ชิโร่ได้สัมผัสถึงวิถีชีวิตของผู้คนที่ไม่ใช่มาเฟีย เขาเดินเที่ยวเล่นอยู่ในเขต 5 เป็นเวลานานสายตาก็ไปจับจ้องพบกับร้านเมดคาเฟ่ ไม่รอช้าบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ได้ก้าวเข้าไปยังร้านเมดคาเฟ่เพื่อพักผ่อนจิตใจที่ต้องแบกรับภาระอันใหญ่หลวง
เมื่อชิโร่เปิดประตูเข้าไปในร้านด้วยบรรยากาศเงียบสงบ พนักงานเมดเอาใจลูกค้าเป็นอย่างดี เขาเข้าไปนั่งโต๊ะชุดที่ตั้งอยู่ทางด้านในสุดของร้านซึ่งด้านข้างมีนาซิกาเรือนใหญ่ตั้งอยู่ ไม่นานนักพนักงานเมด ผมสีดำยาวจนถึงเอว สาวแว่นสายตาสั้น สวยและหุ่นดี เดินเข้ามาถามบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่
“ยินดีต้อนรับค่ะนายท่าน จะรับอะไรดีเจ้าคะ”
“ขอเอ็กซ์เปรสโซ่ก่อนก็แล้วกัน..ไม่จริงมั้ง”
ชิโร่หันหน้าสั่งกาแฟเอ็กซ์เปรสโซ่ แต่บางอย่างทำให้เขาต้องตกใจก็คือพนักงานที่มารับออร์เดอร์ของเขานั้นกลับเป็นคนที่เขารู้จักและทะเลาะกันบ่อยครั้ง
“อากิจัง”
“กรี๊ด....น..นาย ชิโร่ อัลคาโปเน่ มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงกัน” อากิในชุดเมดกรี๊ดสั่นร้าน
“แน่ล่ะ ผมมาพักผ่อนดูนี่สิชุดสูทสีดำกับแหวนผมก็ไม่ได้ใส่มาสักหน่อย”
“ถึงนายจะไม่ใส่สูทสีดำ แต่ทำไมต้องห้อยโซ่เก็บแหวนไว้ที่เอวด้วยยะ”
เมดสาวแว่นเริ่มทะเลาะกับลูกค้าระดับบอสมาเฟีย จนพนักงานเมดผมสั้นสีทอง มีไฝใต้ตาซ้าย ร่างเล็ก อายุ 23 ปี เดินเข้ามาห้าม
“อากิ ห้ามทะเลาะกับลูกค้านะ แม้จะรู้จักกันก็เถอะ ไม่งั้นคุณโรเซ่จะดุเอานะ”
“แต่คุณลิซ่า หมอนี่เป็นมาเฟียนะคะ”
“ถึงเค้าจะเป็นมาเฟียแต่เราต้องบริการลูกค้าด้วยความเต็มใจนะ ไปส่งออร์เดอร์ให้คุณมาคาลอฟได้แล้ว ลูกค้าท่านนี้ฉันจะขอโทษให้เอง แล้วก็เอาของที่ลูกค้าท่านนี้สั่งมาเสิร์ฟให้ด้วยล่ะ” ลิซ่าเตือนอากิถึงงานบริการลูกค้าในร้าน
“ค่ะ เข้าใจแล้ว หนูขอตัวก่อนล่ะ” อากิรับคำด้วยสีหน้าไม่พอใจนัก
หลังจากที่อากิเดินเข้าไปในครัว ลิซ่าจึงโค้งตัวและกล่าวคำขอโทษ
“ขอโทษเรื่องอากิด้วยนะคะนายท่าน”
“เรื่องนั้นไม่ถือหรอกนะ เพราะที่โรงเรียนทะเลาะกันออกบ่อยครับ” ชิโร่ยิ้มแล้วตอบอย่างไม่ถือสา
“ขอบคุณนะคะที่ไม่ถือสาหาความกับอากิ ขอตัวไปบริการลูกค้าท่านอื่นก่อนนะคะ” พนักงานเมดกล่าวขอบคุณเดินจากไป
บอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่นั่งคิดถึงเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นถาโถมเข้ามาหาอย่างไม่ได้ทันตั้งตัวเขาตกอยู่ห้วงของความคิดอยู่หลายนาที จนกระทั่งมีเสียงวางถ้วยกาแฟดังขึ้นต่อหน้า
“กาแฟได้แล้วเจ้าค่ะ รอนานไหมคะคุณมาเฟีย” เสียงของพนักงานเมดที่นำกาแฟมาเสิร์ฟดังขึ้น
“ขอบคุณครับ อากิจัง”
“ไม่ต้องขอบคุณขนาดนั้นหรอก ยังไงนี่ก็คืองานล่ะนะ” อากิตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ
“ผมก็ตกใจนะที่อากิจังทำงานแบบนี้ด้วยเนี่ย”
“ถึงไม่อยากทำก็ต้องทำเพราะที่นี่คือ บ้านฉันน่ะสิยะ เชิญตามสบายเถอะนะนายมาเฟีย อยากจะทานอะไรอีกก็บอกแล้วกันนะ ขอตัวไปรับออเดอร์โต๊ะอื่นก่อนล่ะ” อากิพูดจบก็เดินไปรับออเดอร์ทางโต๊ะอื่นที่เรียกเธอต่อ
“เมดคาเฟ่เรอะดีจังนะ ไม่ต้องมาทำงานฆ่าคนแบบเรา” ชิโร่พูดพลางดื่มกาแฟไปพลางอย่างสบายอารมณ์
บอสมาเฟียหนุ่มดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันแสนเงียบสงบในร้านเมดคาเฟ่อย่างหลงไหลแต่ไม่ทันจะสัมผัสความสงบอย่างเต็มที่ เมื่อมีเสียงดังขึ้นมาจากทางโต๊ะติดกับประตูร้านซึ่งพนักงานเมดคนหนึ่งกำลังถูกลูกค้าเป็นชายสวมชุดหนังสีดำถึง 4 คนต่อว่าอยู่ ทำให้ลูกค้าคนอื่นหันมามอง
“การบริการแย่มาก อาหารรสชาติดีกว่าอาหารสัตว์นิดหน่อยมาเสิร์ฟให้พวกเราไดอามอนแฟคชั่นที่ขึ้นกับอัลคาโปเน่แฟมิลี่ เขต 5 ได้ยังไงกัน”
“ขอโทษนะคะ” สาวเมดผมสั้นประบ่า หน้าตาน่ารัก ใส่ตุ้มหูรูปหัวใจ ก้มหัวขอโทษลูกค้า
“ถ้าขอโทษแล้วมันหาย พวกตำรวจก็ตกงานไปแล้ว”
“มันพวกนายเองไม่ใช่เรอะที่หาเรื่องพวกเราก่อนน่ะ หลีสาวในร้านไม่ได้หน่อยก็โวยวาย กรณีนี้มารีน่าไม่ได้ผิดอะไร คนที่ผิดคือพวกนายต่างหาก”
เมื่อมารีน่าถูกรุมรังแกเมดสาวแว่นต้องออกมาปกป้องเพื่อนสนิททำให้สถานการณ์เริ่มรุนแรงและบานปลายยิ่งขึ้น จนกระทั่งชิโร่ซึ่งนั่งจิบกาแฟต้องลุกขึ้นแล้วเดินมายังจุดที่เกิดเหตุการณ์
“ขอถามอะไรหน่อยนะ ถ้าพวกแกเป็นของอัลคาโปเน่จริงไหนลองบอกชื่อบอสของพวกแกมาหน่อยสิ ชุดสูทสีดำอันแสนภาคภูมิใจล่ะทำไมไม่สวมมันล่ะ”
“มันเรื่องอะไรของแกกันหาเจ้าหัวยุ่ง” เจ้าคนหัวโจกของกลุ่มตอบคำถามของบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่
“ก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอกนะ แต่ฉันอภัยให้ไม่ได้ที่พวกแกเอาแฟมิลี่ของฉันมาแอบอ้าง” ชิโร่พูดไปพร้อมกับหยิบแหวนสีแดงรูปดาบจากโซ่เก็บแหวนสวมนิ้วชี้ขวาและสวมแหวนรูปโซ่กุญแจสีเทาสวมนิ้วชี้ซ้าย
“ว...แหวน ม...มาเฟีย”
“พวกแกก็รู้จักแหวนนี้ดีนี่ จะบอกอะไรให้ฉันนี่แหละ ชิโร่ อัลคาโปเน่ บอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ รุ่นที่ 8 อีกอย่างฉันก็จำแฟคชั่นปลายแถวอย่างพวกแกไม่ได้เลยว่า อยู่ใต้อาณัติตั้งแต่เมื่อไหร่”
“พ..พวกเราเผ่นเถอะ” กลุ่มนักเลงกระจอกที่แอบอ้างชื่อของอัลคาโปเน่รีบวิ่งออกไปนอกร้าน เมื่อบอสแห่งอัลคาโปเน่แฟมิลี่ตัวจริงอยู่ต่อหน้า
“จะหนีไปไหน คอนฟินาเมนโต้” ชิโร่เดินพลังออร่ากระตุ้นแหวนสีเทารูปโซ่ที่นิ้วชี้ซ้ายกลายเป็นโซ่เข้าพันธนาการคู่กรณีทั้ง 4 คน
“เหวอ ไว้ชีวิตพวกเราเถอะ” เหล่านักเลงกระจอกร้องขอชีวิต
“ทีอย่างนี้มาร้องขอชีวิต แล้วตอนที่พวกแกเอาชื่อแฟมิลี่ของฉันไปแอบอ้างล่ะ ผู้แอบอ้างชื่ออัลคาโปเน่แฟมิลี่มีโทษคือ ตัดมือตามกฎของมาเฟีย”
“อย่าทำอะไรพวกเราเลยครับบอส พวกเราสำนึกผิดแล้ว”
“โทษที ฉันต้องจัดการตามกฎ จงมาดาบ สปาด้า เบรซซ่า” บอสมาเฟียหนุ่มยกมือขวาขึ้นแล้วเดินพลังออร่าเปลี่ยนแหวนสีแดงรูปดาบที่นิ้วให้กลายเป็นดาบเตรียมพร้อมเฉือนนิ้วมือของคู่กรณี
“หยุดเถอะค่ะบอส ขอร้องล่ะฉันไม่อยากให้มีคนตายเพราะฉัน” มารีน่าเข้ามาห้าม
“เห็นแก่คุณมารีน่า ฉันจะไว้ชีวิตพวกแกออกไปจากเมืองนี้ซะอย่ามาให้เห็นหน้าอีก” ชิโร่ผ่อนสมาธิคลายพลังออร่าทำให้อาวุธกลายเป็นแหวนสวมที่นิ้วเหมือนเดิม เขาถอดแหวนเก็บลงบนโซ่คาดเอวแล้วกลับมานั่งดื่มกาแฟที่ค้างไว้ ท่ามกลางการจับตามองของลูกค้าในร้านและพนักงานสาวเมด
ผู้มีอำนาจที่สุดในเมืองบาโรน่ายังคงจิบกาแฟต่อไป สักครู่หนึ่งได้มีออมเล็ทจานหนึ่งวางอยู่ต่อหน้าเขาพร้อมกับสาวเมดผมสั้นประบ่า บุคลิคร่าเริง นั่งอยู่อยู่ด้านข้าง
“ขอบคุณค่ะบอสที่ช่วยไล่นักเลงพวกนั้นให้”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก อัลคาโปเน่แฟมิลี่ถูกก่อตั้งขึ้นมาเพื่อเป็นที่พึ่งพาของคนทั่วไปในยามยากอยู่แล้ว”ชิโร่วางถ้วยกาแฟแล้วยิ้มตอบคำถาม
“นี่เป็นการขอบคุณ ออมเล็ทสูตรพิเศษของร้านเชิญเลยค่ะ บอส”
“อย่าเรียกผมว่า บอส เลย เรียกเหมือนตอนอยู่โรงเรียนเถอะ ขอบคุณสำหรับออมเล็ทครับ” บอสแห่งมาเฟียกล่าวพร้อมกับทานออมเล็ท
“แต่คุณชิโร่เก่งนะคะ อายุเท่ากันกลับได้เป็นบอสมาเฟีย”
“ไม่หรอกครับ ผมเป็นบอสเพราะต้องสืบทอดตำแหน่งจากพ่อ อีกอย่างผมก็มีความฝันนะ”
“ความฝัน..” มารีน่าทำหน้างง
“โอ้ว เวลา 2 ทุ่มแล้วเรอะเนี่ย ผมต้องขอตัวก่อนออมเล็ทอร่อยมาก” ชิโร่มองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะ
“จะไปแล้วเรอะคะ” มารีน่าเอ่ยปากถามบอสมาเฟียหนุ่มอีกครั้ง
“วันต่อไปพวกเราก็ได้เจอกันอีกที่โรงเรียนนี่ครับ” ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของเขาแล้วจ่ายเงินให้กับพนักงานเมดเพื่อนสนิทของอากิ
“ไม่ต้องทอนนะ ผมไปล่ะ”
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนค่ะ นายท่าน” มารีน่าโค้งคำนับก่อนรับเงินจากมือของชายหนุ่ม
ชิโร่เดินออกจากร้านไปอย่างเงียบทิ้งให้มารีน่าที่แอบปลื้มเขามองจนลับจากสายตาไปภาพในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของอากิซึ่งมองชิโร่ด้วยสายตาแห่งความเกลียดชังในฐานะมาเฟียยิ่งนัก

โดย : tsurugi

โพสเมื่อ: 28 ก.ย. 2556 12:04:37

สินค้าในตะกร้า

จำนวนสินค้า 0 ชิ้น
จำนวนชนิดสินค้า 0 ชนิด

ตะกร้าสินค้า

สินค้าในตะกร้า! ไม่มีสินค้าในตะกร้า